จะทำบล็อกด้วยแบรนด์ของตัวเอง ต้องเตรียมอะไรบ้างพร้อมค่าใช้จ่าย

หลายๆเว็บไซท์หรือแม้แต่บล็อก เขาจะมี “แบรนด์” หรือเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่  พร้อมกับสร้างความน่าจดจำให้ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้เข้าเว็บ  ตัวอย่างเว็บที่มีเอกลักษณ์และแบรนด์เป็นของตัวเอง เช่น Fail.in.th, Kapook.com , Droidza.com, Blognone.com  และเว็บ Maahalai.com เอง ก็มีแบรนด์เป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อเว็บที่ตั้งเอง  และการออกแบบเว็บที่ไม่เหมือนใคร  ….ดังนั้น

อันดับแรก : ใช้ชื่อเว็บที่ตั้งเอง

เว็บฟรีที่ใช้อยู่ จะไม่สามารถตั้งชื่อให้เป็นของตัวเองได้  ถ้าอยากมีชื่อเว็บเป็นของตัวเอง “ต้องซื้อโดเมน”  เช่นชื่อ Maahalai.com ซื้อมาในราคา  349 บาท/ปี   แสดงว่าผมต้องจ่ายเงินให้กับผู้บริการทุกๆปี ปีละ 349 บาท   ราคานี้ถือว่าชิลๆมาก  เพราะทำเว็บแค่สองสามเดือนแรก ผมก็ถอนทุนได้เรียบร้อย

แล้วการตั้งชื่อเว็บเนี่ยเป็น “ศิลป” อย่างหนึ่ง ตั้งชื่อไม่ดีคนก็จดจำยาก  แล้วชื่อเว็บนี้หล่ะที่จะบ่งบอกตัวตนของเว็บด้วย  และจะตั้งชื่อซ้ำกันไม่ได้  ถ้ามีคนมาซื้อก่อน หมายถึงเราหมดสิทธิ์ นอกจากจะไปซื้อชื่อต่อจากเขา  เว็บ Maahalai.com ก็มีปัญหากับชื่อเหมือนกันในตอนแรก ผมตั้งใจจะใช้ Mahalai แต่ว่ามีคนไปจดแล้ว ก็เลยใช้ชื่อ Maahalai แทน ซึ่งออกเสียงเหมือนกัน และจดจำได้ไม่ยากเช่นเดียวกัน 

การตั้งชื่อถ้าจะให้ดี คนจะคุ้นเคยกับคำว่า .com (ดอทคอม) มากกว่า และถ้าจะให้ดีชื่อเว็บไม่ยาวเกินไป  ออกเสียงประมาณ 1-4 คำ ผมว่ามันพอดีๆ เว็บใหญ่ๆ เช่น Kapook, Sanook, Hunsa ออกเสียงแค่สองคำ  ฟังดูแล้วจำง่ายมากๆ  อย่าง Maahalai ก็แค่ 3 คำ  …แต่ถ้าเป็น Mahavitayalaionline (มหาวิทยาลัยออนไลน์) แต่จะได้ตามความหมายที่ต้องการ  แต่ซื่อแบบนี้จำยากโครตๆ

Webmaster-057

แม้แต่บล็อกส่วนตัวของผม ก็ใช้ชื่อของตัวเองล้วนๆ  Makky.in.th เป็นเว็บบล็อกส่วนตัว และใช้ชื่อเล่นของตัวเอง เป็นชื่อเว็บ  เหตุที่ไม่ใช้ Makky.com เป็นเพราะมีคนซื้อไปแล้ว เลยใช้นามสกุลเว็บเป็น .in.th ซึ่งก็บ่งบอกว่าเป็นเว็บของไทย

อันดับที่สอง : เช่าพื้นที่

…สำหรับพื้นที่เว็บหรือ “โฮส” จะเช่าหรือไม่เช่าก็ได้  ถ้าพึงพอใจกับบริการเว็บฟรี ก็ไม่ต้องเช่าพื้นที่ก็ได้ เราก็นำชื่อเว็บที่ซื้อมาไปใส่แทน  แต่เว็บในเครือข่ายทุกเว็บของผมล้วนเช่าพื้นที่ทำเว็บเขามา และลงโปรแกรม WordPress สร้างเว็บขึ้นมาเอง  หน้าตาของเว็บจึงไม่เหมือนกับบล็อกที่เห็นทั่วๆ  เพราะตกแต่งเว็บได้อย่างอิสระมากกว่า ยิ้มแฉ่ง และการเช่าพื้นที่ผมลงทุนไป 2499 บาท/ปี หรือถ้าจะทำเว็บเล็กๆ ก็มีให้เลืกจ่ายในราคา 777 บาท/ปี  เกี่ยวกับพื้นที่เช่าทำเว็บนั้นอยู่ที่ความต้องการแล้วล่ะ ว่าจะทำเว็บใหญ่มากน้อยแค่ไหน  ที่ผมเลือกจ่ายราคาแพง เพราะทำหลายเว็บ และต้องการพื้นที่มากๆ  ### ทั้งนี้ราคาของพื้นที่ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละเจ้า

Webmaster-059

อันดับสาม : เตรียมความรู้เรื่องระบบปฏิบัติการ CMS

จะทำเว็บ ก็ต้องมีโปรแกรมสำหรับทำเว็บ ซึ่งผมใช้ WordPress ตลอดมา เพราะลองตัวอื่นแล้วใช้ยาก  WordPress เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซท์/บล็อก ที่คนนิยมมากที่สุด และเป็นโปรแกรมดาวโหลดฟรี 

หลังจากที่เช่าพื้นที่มาแล้ว ก็เอา WordPress ไปติดตั้ง ถ้าชำนาญการแล้ว 5 นาทีก็ติดตั้งเสร็จ แต่สำหรับมือใหม่อาจใช้เวลาเกือบชั่วโมง  ผมแนะนำให้ไปศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิธีติดตั้ง WordPress  …แต่ถ้าติดตั้งเองได้จะดีมากๆ

Webmaster-058

 

อันดับสี่ : ออกแบบเว็บ

ถ้าใช้ WordPress ทำเว็บ จะมีธีมสำเร็จรูปให้เลือกมากมาย อย่างเว็บ Maahalai.com ก็ใช้ WordPress และธีมสำเร็จรูป จากนั้นก็ทำการตกแต่ง ด้วยการหาออกแบบ Logo และหาพื้นหลังสวยๆมาใส่   โลโก้เว็บ Maahalai.com ผมต้องออกแบบเอง  โลโก้นี้สำคัญมากๆต่อการสร้างเอกลักษณ์  เพราะมันคือสิ่งที่ต้องการให้จดจำ  ให้คนอ่านได้คุ้นเคย และเชื่อในโลโก้

โลโก้เว็บที่เราออกแบบ ประโยชน์ของมันไม่ใช่จะเอามาใส่หัวเว็บอย่างเดียว   แต่เอาไว้ติดรูปภาพ  เวลาที่คนอื่นเอาภาพไปแชร์ต่อ เขาจะได้รู้ว่ามาจากเว็บเรา   หรือใช้ประชาสัมพันธ์ต่างๆ โลโก้เว็บนี้แหล่ะที่จะเป็นตัวบ่งบอกเอกลักษณะ เป็นตัวแทนของเว็บเราไปตลอด

สรุปค่าใช้จ่ายและการดำเนินงาน

ค่าใช้จ่ายต่ำสุด (ซื้อเฉพาะโดเมน) 349 บาท
ค่าใช้จ่ายโดเมน + โฮส 1,000 – 2,000 บาท

ถ้าทำเว็บด้วยตัวเอง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ประมาณนี้  แต่ถ้าจ้างให้คนอื่นมาทำให้ ก็จะแพงกว่าหลายเท่าตัวจากต้นทุน 

ติดตั้งระบบ ติดตั้งเองได้ (ถ้าจ้างก็ตามตกลงกับผู้รับจ้าง)
ออกแบบเว็บ ออกแบบเองได้ (ถ้าจ้างก็ตามตกลงกับผู้รับจ้าง)

ส่งท้าย

แบรนด์ คือการสั่งสม วันเดียวอาจไม่สามารถสร้างแบรนด์ที่ดีได้  เพราะมันคือความรู้สึก นึกถึงเว็บนี้แล้วรู้สึกอย่างไร นั่นหล่ะคือ “แบรนด์”  และกว่าจะสร้างแบรนด์ได้ต้องใช้เวลาและความอดทนนะครับ  นี่เป็นเพียงเบื้อต้นเท่านั้นสำหรับการสร้างแบรนด์ เรื่องแบรนด์ยังมีอะไรอีกมากมาย เพราะโลกธุรกิจยุคใหม่ หรือแม้แต่เว็บไซท์เอง เขาก็หันมาสร้างแบรนด์กันทั้งนั้น

You might also like More from author

Comments

Loading...